เซ็นเซอร์โรงงานอัตโนมัติ: เลือกผิดชีวิตเปลี่ยน ประหยัดเงินได้อีกเยอะ!

webmaster

**

A professional Thai businesswoman in a tailored business suit, standing in front of the Bangkok skyline at sunset, fully clothed, appropriate attire, safe for work, perfect anatomy, natural proportions, professional photography, high quality. The suit should be modest and stylish, reflecting modern Thai fashion.

**

ในโลกอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของระบบอัตโนมัติมีความสำคัญอย่างยิ่ง หัวใจสำคัญของระบบเหล่านี้คือเซ็นเซอร์ ซึ่งมีบทบาทในการตรวจจับและส่งข้อมูลที่จำเป็นต่อการทำงานของเครื่องจักรอย่างราบรื่น การเลือกเซ็นเซอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานแต่ละประเภทจึงเป็นปัจจัยชี้วัดความสำเร็จของระบบอัตโนมัติโดยรวม จากประสบการณ์ของผมที่คลุกคลีอยู่ในวงการนี้มานาน การเลือกเซ็นเซอร์ที่ไม่ถูกต้องเพียงเล็กน้อย อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่โตในกระบวนการผลิตได้เลยทีเดียวปัจจุบัน เทรนด์ที่น่าจับตามองคือการพัฒนาเซ็นเซอร์ที่สามารถทำงานร่วมกับระบบ IoT (Internet of Things) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เราสามารถตรวจสอบและควบคุมระบบอัตโนมัติได้จากระยะไกล นอกจากนี้ ยังมีเซ็นเซอร์รุ่นใหม่ๆ ที่มาพร้อมกับความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ได้ในตัว ทำให้เราสามารถคาดการณ์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และป้องกันได้ก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อการผลิตในอนาคต เราจะได้เห็นเซ็นเซอร์ที่มีขนาดเล็กลง แต่มีความสามารถที่ซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงการนำ AI (Artificial Intelligence) มาใช้ในการปรับปรุงความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของเซ็นเซอร์ให้ดียิ่งขึ้นไปอีกเอาล่ะครับ เพื่อให้เข้าใจถึงรายละเอียดในการเลือกเซ็นเซอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานต่างๆ อย่างถ่องแท้ เราไปเจาะลึกกันในบทความด้านล่างนี้เลยครับ!

หลักการพื้นฐานที่ควรรู้ก่อนเลือกเซ็นเซอร์การเลือกเซ็นเซอร์ที่เหมาะสมนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องพิจารณาหลายปัจจัยครับ ไม่ว่าจะเป็นประเภทของงานที่ต้องการให้เซ็นเซอร์ทำ สภาพแวดล้อมในการทำงาน งบประมาณที่มี รวมถึงความแม่นยำและความน่าเชื่อถือที่ต้องการ ผมขอยกตัวอย่างจากประสบการณ์ตรงเลยนะครับ ครั้งหนึ่งผมเคยเลือกเซ็นเซอร์ผิดประเภท ทำให้เครื่องจักรในโรงงานทำงานผิดพลาด และต้องเสียเวลาแก้ไขไปหลายวันเลยทีเดียว

การทำความเข้าใจประเภทของเซ็นเซอร์

เซ็นเซอร์มีหลากหลายประเภท แต่ละประเภทก็มีหลักการทำงานและจุดเด่นที่แตกต่างกันไปครับ ยกตัวอย่างเช่น1. เซ็นเซอร์ตรวจจับตำแหน่ง (Position Sensors): ใช้สำหรับตรวจจับตำแหน่งหรือการเคลื่อนที่ของวัตถุ มักใช้ในระบบควบคุมการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์ หรือระบบสายพานลำเลียง

นเซอร - 이미지 1
2.

เซ็นเซอร์ตรวจจับความใกล้ (Proximity Sensors): ใช้สำหรับตรวจจับวัตถุที่อยู่ใกล้ โดยไม่ต้องสัมผัส มักใช้ในระบบนับจำนวนสินค้า หรือระบบป้องกันการชน
3. เซ็นเซอร์ตรวจจับแรงดัน (Pressure Sensors): ใช้สำหรับวัดแรงดันของของเหลวหรือก๊าซ มักใช้ในระบบควบคุมแรงดันในท่อ หรือระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง
4.

เซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิ (Temperature Sensors): ใช้สำหรับวัดอุณหภูมิ มักใช้ในระบบควบคุมอุณหภูมิในห้องเย็น หรือระบบตรวจสอบอุณหภูมิเครื่องจักร
5. เซ็นเซอร์ตรวจจับแสง (Photo Sensors): ใช้สำหรับตรวจจับแสง มักใช้ในระบบควบคุมแสงสว่างอัตโนมัติ หรือระบบตรวจสอบความเข้มแสง

การพิจารณาสภาพแวดล้อมในการทำงาน

สภาพแวดล้อมในการทำงานมีผลต่อการเลือกเซ็นเซอร์อย่างมากครับ หากสภาพแวดล้อมมีฝุ่นละออง ความชื้น หรืออุณหภูมิสูง ก็ควรเลือกเซ็นเซอร์ที่มีคุณสมบัติทนทานต่อสภาพแวดล้อมเหล่านั้นได้ ผมเคยเจอเคสที่เซ็นเซอร์เสียเพราะโดนความร้อนสูง ทำให้ต้องเปลี่ยนเซ็นเซอร์ใหม่ ซึ่งเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย

การกำหนดงบประมาณที่เหมาะสม

งบประมาณก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาครับ เซ็นเซอร์ที่มีราคาสูงอาจไม่ได้หมายความว่าจะดีที่สุดเสมอไป ควรเลือกเซ็นเซอร์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการใช้งาน และอยู่ในงบประมาณที่กำหนดไว้

เจาะลึกคุณสมบัติทางเทคนิคของเซ็นเซอร์ที่ควรรู้

หลังจากที่เราเข้าใจหลักการพื้นฐานในการเลือกเซ็นเซอร์แล้ว เรามาเจาะลึกถึงคุณสมบัติทางเทคนิคที่ควรรู้กันบ้างครับ คุณสมบัติเหล่านี้จะช่วยให้เราเลือกเซ็นเซอร์ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

ความแม่นยำและความละเอียด (Accuracy and Resolution)

ความแม่นยำหมายถึงความสามารถของเซ็นเซอร์ในการวัดค่าได้อย่างถูกต้อง ส่วนความละเอียดหมายถึงความสามารถของเซ็นเซอร์ในการแยกแยะค่าที่แตกต่างกันได้เล็กน้อย หากต้องการความแม่นยำสูง ก็ควรเลือกเซ็นเซอร์ที่มีค่าความแม่นยำและความละเอียดสูง

ช่วงการวัด (Measuring Range)

ช่วงการวัดหมายถึงช่วงของค่าที่เซ็นเซอร์สามารถวัดได้ ควรเลือกเซ็นเซอร์ที่มีช่วงการวัดครอบคลุมค่าที่เราต้องการวัด หากช่วงการวัดแคบเกินไป เซ็นเซอร์อาจไม่สามารถวัดค่าที่ต้องการได้

เวลาตอบสนอง (Response Time)

เวลาตอบสนองหมายถึงเวลาที่เซ็นเซอร์ใช้ในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าที่วัดได้ หากต้องการวัดค่าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ก็ควรเลือกเซ็นเซอร์ที่มีเวลาตอบสนองสั้น

สัญญาณเอาต์พุต (Output Signal)

สัญญาณเอาต์พุตหมายถึงสัญญาณที่เซ็นเซอร์ส่งออกมา มีหลายรูปแบบ เช่น สัญญาณแอนะล็อก (Analog Signal) สัญญาณดิจิทัล (Digital Signal) หรือสัญญาณเครือข่าย (Network Signal) ควรเลือกเซ็นเซอร์ที่มีสัญญาณเอาต์พุตที่เข้ากันได้กับระบบควบคุมที่เราใช้งาน

การประยุกต์ใช้เซ็นเซอร์ในระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรม

เซ็นเซอร์ถูกนำมาใช้ในระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรมอย่างแพร่หลายครับ ไม่ว่าจะเป็นในระบบควบคุมการผลิต ระบบตรวจสอบคุณภาพ หรือระบบความปลอดภัย ผมขอยกตัวอย่างการใช้งานเซ็นเซอร์ในอุตสาหกรรมต่างๆ ดังนี้

การใช้งานในอุตสาหกรรมยานยนต์

ในอุตสาหกรรมยานยนต์ เซ็นเซอร์ถูกนำมาใช้ในหลายส่วนครับ เช่น1. ระบบควบคุมเครื่องยนต์: ใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิ ความดัน และอัตราการไหลของอากาศ เพื่อควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
2.

ระบบเบรก ABS: ใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับความเร็วของล้อ เพื่อป้องกันล้อล็อกขณะเบรก
3. ระบบถุงลมนิรภัย: ใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับการชน เพื่อสั่งงานให้ถุงลมนิรภัยทำงาน

การใช้งานในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เซ็นเซอร์ถูกนำมาใช้ในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ เช่น1. ระบบตรวจสอบคุณภาพ: ใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับสี กลิ่น และรสชาติของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพตามมาตรฐาน
2.

ระบบควบคุมอุณหภูมิ: ใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิในกระบวนการผลิต เพื่อควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสม
3. ระบบตรวจสอบความสะอาด: ใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับสิ่งปนเปื้อนในกระบวนการผลิต เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของผลิตภัณฑ์

การใช้งานในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เซ็นเซอร์ถูกนำมาใช้ในการควบคุมความแม่นยำและความเร็วในการผลิต เช่น1. ระบบควบคุมการประกอบชิ้นส่วน: ใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับตำแหน่งและความสูงของชิ้นส่วน เพื่อให้การประกอบชิ้นส่วนเป็นไปอย่างแม่นยำ
2.

ระบบตรวจสอบคุณภาพ: ใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับข้อบกพร่องของชิ้นส่วน เพื่อคัดแยกชิ้นส่วนที่ไม่ได้มาตรฐาน
3. ระบบควบคุมอุณหภูมิ: ใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิในกระบวนการผลิต เพื่อควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมกับการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

เทรนด์ใหม่ของเซ็นเซอร์ในยุคอุตสาหกรรม 4.0

ในยุคอุตสาหกรรม 4.0 เทคโนโลยีเซ็นเซอร์มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วครับ เซ็นเซอร์รุ่นใหม่ๆ มาพร้อมกับความสามารถที่หลากหลาย และสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เซ็นเซอร์อัจฉริยะ (Smart Sensors)

เซ็นเซอร์อัจฉริยะคือเซ็นเซอร์ที่มีความสามารถในการประมวลผลข้อมูลได้ในตัว ทำให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจได้โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบควบคุมภายนอก เซ็นเซอร์อัจฉริยะมักมาพร้อมกับฟังก์ชันการสื่อสารแบบไร้สาย ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบ IoT ได้อย่างง่ายดาย

เซ็นเซอร์ไร้สาย (Wireless Sensors)

เซ็นเซอร์ไร้สายช่วยลดความยุ่งยากในการติดตั้งและบำรุงรักษา เนื่องจากไม่ต้องเดินสายสัญญาณ เซ็นเซอร์ไร้สายมักใช้พลังงานต่ำ ทำให้สามารถใช้งานได้นานโดยไม่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อยๆ

เซ็นเซอร์ MEMS (Micro-Electro-Mechanical Systems)

เซ็นเซอร์ MEMS คือเซ็นเซอร์ที่มีขนาดเล็กมาก ผลิตโดยใช้เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ เซ็นเซอร์ MEMS มักใช้ในอุปกรณ์พกพา เช่น สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติของเซ็นเซอร์ประเภทต่างๆ

| ประเภทเซ็นเซอร์ | คุณสมบัติเด่น | การใช้งาน |
| —————————- | ———————————————————————————————————————————————————————————————— | —————————————————————————————————————————————————————————————————————————————– |
| เซ็นเซอร์ตรวจจับตำแหน่ง | แม่นยำสูง, ตอบสนองรวดเร็ว | ระบบควบคุมการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์, ระบบสายพานลำเลียง |
| เซ็นเซอร์ตรวจจับความใกล้ | ตรวจจับวัตถุได้โดยไม่ต้องสัมผัส, ทนทานต่อสภาพแวดล้อม | ระบบนับจำนวนสินค้า, ระบบป้องกันการชน |
| เซ็นเซอร์ตรวจจับแรงดัน | วัดแรงดันได้อย่างแม่นยำ, ทนทานต่อแรงดันสูง | ระบบควบคุมแรงดันในท่อ, ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง |
| เซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิ | วัดอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ, มีช่วงการวัดกว้าง | ระบบควบคุมอุณหภูมิในห้องเย็น, ระบบตรวจสอบอุณหภูมิเครื่องจักร |
| เซ็นเซอร์ตรวจจับแสง | ตรวจจับแสงได้อย่างรวดเร็ว, มีความไวสูง | ระบบควบคุมแสงสว่างอัตโนมัติ, ระบบตรวจสอบความเข้มแสง |
| เซ็นเซอร์อัจฉริยะ (Smart) | ประมวลผลข้อมูลได้ในตัว, สื่อสารแบบไร้สายได้ | ระบบ IoT, ระบบควบคุมอัตโนมัติ |
| เซ็นเซอร์ไร้สาย (Wireless) | ติดตั้งง่าย, ไม่ต้องเดินสายสัญญาณ, ใช้พลังงานต่ำ | ระบบตรวจสอบระยะไกล, ระบบควบคุมแบบกระจาย |
| เซ็นเซอร์ MEMS (Micro-Electro-Mechanical Systems) | ขนาดเล็ก, น้ำหนักเบา, ราคาถูก | อุปกรณ์พกพา, ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหว |

เคล็ดลับการบำรุงรักษาเซ็นเซอร์ให้อายุการใช้งานยาวนาน

เพื่อให้เซ็นเซอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานยาวนาน เราควรให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษาเซ็นเซอร์อย่างสม่ำเสมอครับ ผมมีเคล็ดลับง่ายๆ มาฝากกันดังนี้

การทำความสะอาดเซ็นเซอร์

ควรทำความสะอาดเซ็นเซอร์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อกำจัดฝุ่นละออง สิ่งสกปรก หรือคราบน้ำมัน ที่อาจบดบังการทำงานของเซ็นเซอร์ ควรใช้ผ้าสะอาดและน้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะสมกับประเภทของเซ็นเซอร์

การตรวจสอบสายสัญญาณ

ควรตรวจสอบสายสัญญาณของเซ็นเซอร์เป็นประจำ เพื่อให้แน่ใจว่าสายสัญญาณไม่ชำรุด ขาด หรือหลุดหลวม หากพบว่าสายสัญญาณชำรุด ควรเปลี่ยนสายสัญญาณใหม่ทันที

การปรับเทียบ (Calibration) เซ็นเซอร์

ควรปรับเทียบเซ็นเซอร์เป็นระยะๆ เพื่อให้มั่นใจว่าเซ็นเซอร์ยังคงวัดค่าได้อย่างแม่นยำ ความถี่ในการปรับเทียบขึ้นอยู่กับประเภทของเซ็นเซอร์ และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

การป้องกันเซ็นเซอร์จากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม

ควรป้องกันเซ็นเซอร์จากสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น ความร้อนสูง ความชื้นสูง หรือสารเคมีกัดกร่อน หากจำเป็นต้องใช้งานเซ็นเซอร์ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ควรเลือกเซ็นเซอร์ที่มีคุณสมบัติทนทานต่อสภาพแวดล้อมเหล่านั้นได้

สรุปและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

การเลือกเซ็นเซอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานในระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรมนั้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบครับ เราต้องพิจารณาหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นประเภทของงานที่ต้องการให้เซ็นเซอร์ทำ สภาพแวดล้อมในการทำงาน งบประมาณที่มี รวมถึงคุณสมบัติทางเทคนิคของเซ็นเซอร์นอกจากนี้ เรายังต้องให้ความสำคัญกับการบำรุงรักษาเซ็นเซอร์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เซ็นเซอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานยาวนานผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านที่กำลังมองหาเซ็นเซอร์ที่เหมาะสมกับการใช้งานนะครับ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้เลยครับ!

เซ็นเซอร์เป็นหัวใจสำคัญของระบบอัตโนมัติในยุคอุตสาหกรรม 4.0 การเลือกและบำรุงรักษาเซ็นเซอร์อย่างถูกวิธีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือให้กับระบบของเราได้อย่างมาก หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้ทุกท่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงนะครับ

ข้อคิดส่งท้าย

หวังว่าข้อมูลในบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่ทุกท่านในการเลือกใช้และดูแลรักษาเซ็นเซอร์นะคะ การลงทุนในเซ็นเซอร์ที่มีคุณภาพและการบำรุงรักษาที่ดี จะช่วยให้ระบบอัตโนมัติของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนค่ะ

อย่าลืมว่าเทคโนโลยีมีการพัฒนาอยู่เสมอ ดังนั้นการติดตามข่าวสารและเทรนด์ใหม่ๆ ในวงการเซ็นเซอร์ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณก้าวทันโลกยุคดิจิทัลค่ะ

หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เสมอนะคะ ยินดีให้คำแนะนำและช่วยเหลือค่ะ

เกร็ดความรู้เพิ่มเติม

1. การเลือกซื้อเซ็นเซอร์จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ: เลือกซื้อจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายที่มีชื่อเสียง เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและบริการหลังการขาย

2. การตรวจสอบสเปคของเซ็นเซอร์อย่างละเอียด: อ่านและทำความเข้าใจสเปคของเซ็นเซอร์ เช่น ช่วงการวัด ความแม่นยำ และเวลาตอบสนอง ก่อนตัดสินใจซื้อ

3. การทดสอบเซ็นเซอร์ก่อนใช้งานจริง: ทดสอบเซ็นเซอร์ในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับการใช้งานจริง เพื่อตรวจสอบว่าเซ็นเซอร์ทำงานได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ

4. การจัดเก็บเซ็นเซอร์อย่างเหมาะสม: จัดเก็บเซ็นเซอร์ในที่แห้งและเย็น เพื่อป้องกันความเสียหายจากความชื้นและอุณหภูมิสูง

5. การอัพเดทเฟิร์มแวร์ของเซ็นเซอร์: หากเซ็นเซอร์มีเฟิร์มแวร์ ควรตรวจสอบและอัพเดทเฟิร์มแวร์ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดอยู่เสมอ เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

สรุปประเด็นสำคัญ

• การเลือกเซ็นเซอร์ที่เหมาะสมต้องพิจารณาประเภทงาน, สภาพแวดล้อม, งบประมาณ และคุณสมบัติทางเทคนิค

• คุณสมบัติทางเทคนิคที่ควรรู้ ได้แก่ ความแม่นยำ, ช่วงการวัด, เวลาตอบสนอง และสัญญาณเอาต์พุต

• เซ็นเซอร์ถูกนำไปใช้ในระบบอัตโนมัติอุตสาหกรรมอย่างแพร่หลาย เช่น ในอุตสาหกรรมยานยนต์, อาหารและเครื่องดื่ม, และอิเล็กทรอนิกส์

• เทรนด์ใหม่ของเซ็นเซอร์ในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ได้แก่ เซ็นเซอร์อัจฉริยะ, เซ็นเซอร์ไร้สาย, และเซ็นเซอร์ MEMS

• การบำรุงรักษาเซ็นเซอร์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยยืดอายุการใช้งานและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖

ถาม: เซ็นเซอร์ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมมีกี่ประเภท และแต่ละประเภทต่างกันอย่างไร?

ตอบ: โอ้โห เซ็นเซอร์ในโรงงานนี่มีเพียบเลยครับ! หลักๆ ก็จะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับตำแหน่ง (พวก Limit Switch, Proximity Sensor), เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ (Thermocouple, RTD), เซ็นเซอร์วัดแรงดัน (Pressure Sensor) แล้วก็เซ็นเซอร์วัดการไหล (Flow Meter) แต่ละแบบก็มีหน้าที่ต่างกัน อย่างเซ็นเซอร์ตรวจจับตำแหน่งก็เอาไว้ดูว่าชิ้นส่วนเครื่องจักรอยู่ตรงไหน ส่วนเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิก็เอาไว้วัดความร้อนในกระบวนการผลิตน่ะครับ

ถาม: ถ้าอยากจะเลือกซื้อเซ็นเซอร์มาใช้ในงาน DIY ที่บ้าน ควรจะเลือกซื้อแบบไหนดี?

ตอบ: ถ้าเป็นงาน DIY เล่นๆ ที่บ้าน ผมแนะนำพวกเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว (PIR Sensor) หรือไม่ก็เซ็นเซอร์วัดแสง (Light Sensor) ก็ได้ครับ พวกนี้ใช้ง่าย ราคาไม่แพง หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป เอามาทำเป็นระบบไฟอัตโนมัติ หรือระบบแจ้งเตือนง่ายๆ ก็สนุกดีครับ

ถาม: เซ็นเซอร์ที่ใช้ในรถยนต์มีอะไรบ้าง และมีหน้าที่อะไร?

ตอบ: ในรถยนต์นี่ก็เซ็นเซอร์เยอะเหมือนกันครับ ที่เห็นบ่อยๆ ก็เซ็นเซอร์ ABS (Anti-lock Braking System) เอาไว้ป้องกันล้อล็อกเวลาเบรกกะทันหัน, เซ็นเซอร์ TPS (Throttle Position Sensor) เอาไว้วัดตำแหน่งลิ้นปีกผีเสื้อเพื่อควบคุมการจ่ายน้ำมัน แล้วก็เซ็นเซอร์ O2 (Oxygen Sensor) เอาไว้วัดปริมาณออกซิเจนในไอเสีย เพื่อให้เครื่องยนต์เผาไหม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

📚 อ้างอิง